ดูซีรี่ย์ The Dig กู้ซาก หนังจากเรื่องจริง การขุดค้นพบที่ยิ่งใหญ่ เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1938 เมื่อหญิงม่ายลูกหนึ่งคือ อีดิธ เมย์ พริตตี้ ภรรยาของนายพันที่เสียชีวิตและเป็นเจ้าของสถานที่และไร่นาบนเนินที่ซัตตันฮู ชนบทในอังกฤษ ได้ว่าจ้างนักขุดค้นคือ บาซิล บราวน์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสามารถในานขุดค้นทางโบราณคดีและศึกษาศาสตร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง มารับงานขุดค้นที่เนินของฮัตตันซู เนื่องจากอีดิธคิดว่าที่เนินนั้นจะมีซากของโบราณหรือหลุมศพของคนโบราณซ่อนอยู่

แต่กลายเป็นว่างานขุดค้นครั้งนี้กลับนำไปสู่การค้นพบซากเรือโบราณ ที่กลายเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลกโบราณคดีตลอดกาล ซึ่งการขุดค้นครั้งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของมิตรภาพ ความรัก ความปรารถนา และการตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับวิถีปัจจุบัน อนาคต และสถานการณ์ของอังกฤษในเวลานั้นที่กำลังจะเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2

ซีรีส์ดัดแปลงจากหนังสือของ จอห์น เพรสตัน ซึ่งนำเหตุการณ์ครั้งสำคัญของการขุดค้นพบทางโบราณคดีของอังกฤษและของโลกมาบอกเล่าได้อย่างลึกซึ้ง ละเมียดละไม ไดอาล็อคหรือบทพูดของตัวละครผ่านการกลั่นกรองและแฝงนัยยะลึกซึ้ง ผนวกกับการแสดงชั้นยอดของทีมนักแสดงในเรื่อง การเดินเรื่องที่แม้ว่าจะเรียบง่าย แต่ก็มีชั้นเชิงและน่าติดตาม ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดว่าเป็นหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมของ Netflix ที่แนะนำให้รับชมเลยครับ

ก่อนอื่นต้องขอคารวะผู้กำกับ Simon Stone ว่านี่คือภาพยนตร์แนวดราม่า กึ่งชีวประวัติและอิงประวัติศาสตร์ของอังกฤษ ที่บอกเล่าเรื่องราวการขุดค้นพบครั้งสำคัญทางโบราณคดี ที่นำเสนออกมาได้อย่างละเมียดละไมและเต็มไปด้วยไดอาล็อคที่ลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าการตีความ รวมถึงการนำเสนอกระบวนการขุดค้นทางโบราณคดีในโลกความจริง และปัญหาภายในวงการที่คนนอกก็อาจไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่หนังก็ทำออกมาให้ดูง่าย

โปรดักชั่นของหนัง จัดว่าอยู่ในระดับที่สร้างออกมาได้ดีมาก ทั้งที่เอาเข้าจริงแล้ว ฉากเกือบทั้งหมดในเรื่องมากกว่า 90% วนเวียนอยู่ในสถานที่แค่ 2-3 แห่งเท่านั้น แต่การเล่าเรื่องกลับทำให้มันสนุกและน่าติดตามได้อย่างเหลือเชื่อเลย

สำหรับคนที่ไม่รู้พื้นเพและบริบทของประวัติศาสตร์อังกฤษในช่วงก่อนหน้าสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือไม่ค่อยรู้เรื่องความสำคัญของการขุดค้นพบทางโบราณคดีครั้งนี้แล้วกลัวว่าจะดูหนังไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะต้องยอมรับว่าตัวหนังมีศักยภาพสูงในการบอกเล่าให้คนดูทั่วไปเข้าใจได้ง่ายโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ซึ่งภาพรวมของหนังจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในการขุดค้นพบนี้ ผ่านทางสามตัวละครหลักที่มีตัวตนอยู่จริงๆ ได้แก่

อีดิธ พริตตี้ หญิงม่ายลูกติดหนึ่งคนที่ยังเปี่ยมเสน่ห์ เธอเป็นเจ้าของสถานที่ของซัตตันฮู แต่กลับถูกโรคร้ายรุมเร้าและอาจจะเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ

บาซิล บราวน์ นักขุดค้นพบที่หลงใหลในวิชาโบราณคดีที่ศึกษาศาสตร์ต่างๆด้วยตนเอง แม้ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่สันชาตญาณและความสามารถของเขาก็เป็นที่ยอมรับจากอีดิธ

เพ็กกี้ พิกก็อต (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น มากาเร็ต กุยโด) หญิงสาวหัวกะทิที่เป็นภรรยาของนักโบราณคดีที่ได้โอกาสเข้ามาร่วมขุดค้นครั้งประวัติศาสตร์

ตัวหนังในช่วงแรกจะเล่าในมุมของ อีดิธ และ บาซิล สลับกันไปมา ซึ่งเมื่อดูไปสักระยะจะรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังรักดราม่าของชายสูงวัยและหญิงม่ายที่กำลังสนใจกันและกันระหว่างงานขุดค้น ซึ่งถือว่าเป็นความรักต้องห้ามแบบหนึ่ง เพราะบาซิลก็มีภรรยาแล้ว แม้จะไม่มีลูกด้วยกันก็ตาม จากนั้นเรื่องราวจึงเริ่มมาเจอดราม่าที่งานขุดค้นดังกล่าว เมื่องผลของการขุดมันเริ่มใหญ่โตและค้นพบสิ่งสำคัญอย่างคาดไม่ถึง แล้วกลายเป็นว่างานนี้ต้องมาถูกกระทรวงโยธาธิการของอังกฤษเข้ามารับผิดชอบแทน แต่อีดิธก็ยังยืนกรานให้บาซิลได้มีส่วนร่วมในงานขุดต่อไป

พอเข้ากลางเรื่อง เพ็กกี้ ที่เข้ามาร่วมงานขุดค้นก็จะกลายมาเป็นตัวละครสำคัญอีกคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในนักโบราณคดีหญิงคนแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จในวงการนี้ แต่กลับพบปัญหาชีวิตคู่กับสามีในระหว่างขุดค้นที่เธอได้ค้นพบความลับของสามีบางอย่าง ซึ่งสุดท้ายเธอก็ต้องเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป

จุดเด่นมากๆของหนัง มีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นงานด้านโปรดักชั่น งานภาพ มุมกล้อง ที่ดูแล้วรู้สึกได้เลยว่านี่คือผลงานที่มีความตั้งใจอย่างมากในการกำกับ การตัดต่อ และการแสดงของทีมนักแสดงที่เรียกได้ว่าเอาหนังอยู่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบทดราม่าแรงๆ ไม่มีฉากดราม่าเชือดเฉือนทางอารมณ์มากมายนัก แต่คนดูสามารถรับรู้ได้ถึงสถานการณ์ในเรื่องที่เต็มไปด้วยความอึดอัด กระอักกระอ่วน ตรงนี้ยังต้องขอชมการแสดงของ ราฟ ฟินน์ และ แครี่ มัลลิแกน ส่วนในครึ่งหลัง ต้องชมการแสดงของ ลิลลี่ เจมส์ ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาทางสีหน้า แววตา และนำ้เสียงในการพูดได้อย่างน่าทึ่ง

อีกจุดที่เด่นมากก็คือ นัยยะแฝงมากมายที่อยู่ในบทพูดของตัวละคร ซึ่งต้องชมทีมเขียนบทที่ทำได้ลุ่มลึกมาก โดยที่ตัวละครไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมาตรงๆ แต่คนดูสามารถรับรู้ถึงความเป็นของเรื่องราวและการตัดสินใจต่างๆของตัวละครได้ผ่านนไดอาล็อคที่คลุมเครือเหล่านั้น ต้องขอคารวะเลยครับ

ส่วนจุดด้อยของหนังก็มีอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะการตัดต่อและจังหวะเล่าเรื่องของหนังในช่วงท้ายที่อาจจะทำให้คนดูมีช่วงสับสนหรืองงๆ อยู่บ้าง และการที่ตัวหนังทำออกมาเหมือนเพื่อให้คนอังกฤษที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์อยู่บ้างได้ชมกัน อาจจะทำให้คนดูหลายคนไม่ค่อยเข้าใจว่า การค้นพบซากเรือโบราณของชาวแองโกล-แซกซัน มันสำคัญขนาดไหน

สำหรับความสำคัญที่ว่านั้น เป็นเพราะชาวแองโกล-แซกซัน คือบรรพบุรุษดั้งเดิมของชาวอังกฤษ การค้นพบครั้งนี้สำคัญมาก แล้วมันเป็นการล้างความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าชาวแองโกล-แซกซันเป็นพวกป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม แต่มีอารยธรรมขึ้นมาได้เพราะการเข้ามาของพวกโรมัน ซึ่งการค้นพบนี้ล้างความเชื่อดังกล่าวหมด